วันที่ 29 มิถุนายน ครม.ได้มีการหารือพิจารณา เกี่ยวกับการคง 5 มาตราการ ช่วยเหลือประชาชน คือ น้ำ,ไฟ,รถเมล์,รถเมล์ชั้น3 และก๊าซหุงต้ม ฟรี ต่อไปอีกหรือไม่หลังจากมองเห็นว่า ปัญหาค่าครองชีพประชาชนที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะ ที่ปัญหาไข่ไก่มีราคาสูงขึ้นนั้น นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า หลังจากมีประชาชนบ่นกันมาหนาหูว่าราคาไข่ไก่แพง ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกเอาข้อมูลมาดู และพบว่ามีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นการเรื้อรังมาจากปัญหาไข้หวัดนก รวมทั้งยังมีปัญหาเรื่องภัยแล้ง และปัญหาอื่น ๆ เข้าสมทบ
ดังนั้น ในสัปดาห์หน้าตนจะเดินหน้าในการปรับระบบอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายในเรื่องนี้ เพราะตนต้องการหาสมดุลย์ตรงนี้ให้ได้ โดยเกษตรกรจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม และพี่น้องประชาชนจะต้องไม่ได้รับความเดือดร้อนมากจนเกินไป” นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้าย
ล่าสุด หลังจากที่มีการประชุมครม.วันนี้ มีมติเห็นชอบต่อมาตรการ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี ออกไปอีก6เดือน จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.53 เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน และเห็นชอบขยายเวลาการตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี สำหรับภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรมออกไปอีก 6 เดือน หรือจนถึงเดือน ก.พ. 54 ส่วนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือ ค่าเอฟที ให้คงไว้ในระดับปัจจุบันถึงสิ้นปี 2553
ดร.ธรวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ให้ความเห็นถึงกรณีคงมาตรการลดค่าครองชีพ ในส่วนของบริการรถไฟ-รถเมล์ฟรี ว่า
ไม่ เห็นด้วย เพราะรัฐบาลควรนำเงินไปลงในพื้นที่ที่จนจริงๆ จะดีกว่า คนใช้รถเมล์ฟรีมีรายได้น้อยจริง แต่ยังมีคนมีรายน้อยมากกว่าที่ไม่ได้อยู่ใน กทม.ยังมีอีกมาก
มาตรการลดค่าครองชีพถามตรงว่าประเด็นหรือไม่ คงไม่ เพราะตนเองมีความสามารถในการจ่ายค่ารถเมล์
ทั่ว โลกไม่มีการให้ขึ้นรถไฟฟรี เพราะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด รวมทั้งก๊าซรัฐบาลไม่สามารถไปโอบอุ้ม ควรปลอยให้เป็นไปตามกลไก และควรนำเงินมาใช้ในส่วนอื่นที่จำเป็นกว่า และควรไปส่งเสริมภาคการเกษตร
แหล่งที่มาของข่าว :
http://news.mthai.com/general-news/80376.html